ชนินาฏแอนด์ลีดส์

เลขที่ 10/154 อาคารเทรดดี้ ออฟฟิศ
ชั้น 18 ถนนสุขุมวิท ซอย 13
เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

Tel : (662) 168 7001 (-3)
Fax: (662) 168 7004

Email: info@immigration-lawyer.us.com

 
 

American Immigration
Lawyers Association
 
US Attorney
Admitted and Qualified
US District Court


.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

การรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม

คนสัญชาติอเมริกันพาบุตรบุญธรรมของเขาไปสหรัฐอเมริกาได้อย่างไร

กฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาได้แบ่งแยกเด็กที่จะถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมระหว่างเด็กกำพร้าและที่ไม่ใช่เด็กกำพร้า เด็กที่ถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมที่ไม่ใช่เด็กกำพร้า โดยทั่วไปจะไม่ได้รับวีซ่า ยกเว้นในสถานการณ์ที่พ่อแม่สัญชาติอเมริกันได้รับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมในต่างประเทศแล้ว และอยู่อาศัยร่วมกับเด็กอย่างดูแลเอาใจใส่เป็นหลักเป็นเวลา 2 ปีหรือมากกว่า ในสถานการณ์ที่มีเงื่อนไขเหล่านี้ เด็กนั้นมีสิทธิสำหรับวีซ่าผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิด Immediate Relative Visa

กระบวนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมสำหรับการรับเด็กกำพร้าเป็นบุตรบุญธรรมรวมถึงการพิสูจน์ของคำขอของคนสัญชาติอเมริกันผู้ยื่นคำขอว่าเป็นผู้มีความเหมาะสมในฐานะพ่อแม่หรือไม่ สถานที่ของเด็กในฐานะเด็กกำพร้าและยื่นสำหรับวีซ่าผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่สถานทูตสหรัฐอเมริกาในต่างประเทศ ดังจะอธิบายมากขึ้นในรายละเอียดด้านล่าง

ใครเป็นผู้พิจารณาเด็กกำพร้าตามกฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา

เด็กต่างชาติถูกพิจารณาเด็กกำพร้าภายใต้กฎหมายคนเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา ถ้าเด็กไม่มีพ่อแม่เนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตหรือสาปสูญ เพิกเฉยหรือถูกละทิ้ง พ่อแม่แยกทางกันหรือหลงกับพ่อและแม่ เด็กที่เกิดในต่างประเทศผู้ซึ่งพ่อแม่ที่มีชีวิตคนเดียวของเขาทุพพลภาพไม่สามารถให้การดูแลพวกเขาได้และยอมให้เด็กเป็นบุตรบุญธรรมก็สามารถพิจารณาการเป็นเด็กกำพร้าได้ด้วย

ใครมีสิทธิยื่นคำขอสำหรับวีซ่าเข้าเมืองสำหรับเด็กกำพร้าต่างประเทศ

คนสัญชาติอเมริกันที่แต่งงานแล้วหรือเป็นโสดที่มีอายุมากกว่า 25 ปีอาจยื่นคำขอเด็กกำพร้า ถ้าคู่สมรสของผู้ยื่นคำขอสัญชาติอเมริกันอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา พวกเขาต้องเป็นคนนสัญชาติอเมริกันหรือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ในสหรัฐอเมริกาตามกฎหมาย

ฉันจะพาเด็กกำพร้าที่รับเป็นบุตรบุญธรรมไปสหรัฐอเมริกาได้อย่างไร

กระบวนการอาจแบ่งเป็น 3 ขั้นตอนเบื้องต้น ขั้นแรกคุณจำเป็นต้องยื่นคำขอเตรียมพยานหลักฐานของคุณว่าเหมาะสมในฐานะพ่อแม่และความสามารถของคุณที่จะจัดหาบ้านที่สภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรม ที่ศูนย์บริการสัญชาติและการเข้าเมือง USCIS

หลังจากคุณระบุตัวเด็กที่คุณต้องการรับเป็นบุตรบุญธรรมแล้ว คุณจำเป็นต้องยื่นคำขอที่สองที่สำนักงาน USCIS เดียวกันซึ่งเตรียมหลักฐานของสถานะของเด็กในฐานะเด็กกำพร้า

หลังจากรับบุตรบุญธรรม (หรือมีสถานะผู้ปกครอง) ของเด็ก ตามกฎหมายของประเทศซึ่งเด็กมีสัญชาติ เด็กจะจำเป็นต้องยื่นขอ IR Visa ที่สถานกงสุลสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีเขตอำนาจเหนือพื้นที่ที่อยู่อาศัยของเด็ก

ใช้เวลานานเท่าใดสำหรับการออกวีซ่าสำหรับเด็กกำพร้าที่ถูกรับเป็นบุตรบุญธรรม

ระยะเวลาที่ใช้สำหรับการออกวีซ่าขึ้นอยู่กับจำนวนของปัจจัย ศูนย์ USCIS ในสหรัฐอเมริกา ใช้เวลา 3-6 เดือนในการดำเนินการ การยื่นคำขอชั้นแรกเกี่ยวกับคำร้องที่เหมาะสมกับฐานะพ่อแม่ คำขอนี้โดยทั่วไปถูกใช้ในกระบวนการรับบุตรบุญธรรมหรือผู้ปกครองในต่างประเทศ กระบวนการรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมหรือกระบวนการเป็นผู้ปกครองในประเทศไทยสามารถใช้เวลาถึง 1 ปีหรือมากกว่า ระยะเวลาในการดำเนินการอาจแตกต่างกันสำหรับประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อื่นๆ

คุณช่วยเกี่ยวกับคำขอรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาหรือไม่

ใช่ เราช่วยเกี่ยวกับการรับเด็กสัญชาติไทยเป็นบุตรบุญธรรมและเกี่ยวกับการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกาสำหรับการที่คนสัญชาติอเมริกันรับเด็กกำพร้าเป็นบุตรบุญธรรม นักกฎหมายในบริษัทของเรารวมทั้ง ชนินาฏ ลีดส์ นักกฎหมายไทยด้านกฎหมายครอบครัวผู้มีประสบการณ์สูง และเป็นศาสตราจารย์ผู้ซึ่งจัดพิมพ์หนังสือการรับบุตรบุญธรรมในประเทศไทย และ โจ ลีดส์ ทนายความอเมริกันเกี่ยวกับกฎหมายคนเข้าเมืองซึ่งมีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี โดยปกติเรารับทั้งคดีการรับบุตรบุญธรรมและการเข้าเมืองสหรัฐอเมริกา

.....................................................

 

Home

Contact Us

Site Map

 www.immigration-lawyer.us.com

(Disclaimer: The information provided on this site is for informational purposes only. No warranty is expressed or implied.
Before taking any legal action, persons are advised to seek the advice of an attorney qualified in the area of law concerned.)